การแก้ไขรอยสิว


เชื่อว่าสาวๆ น้อยคนนักที่จะไม่มีปัญหาเรื่องสิวมาก่อนเลย และนอกจากนั้น ยิ่งน้อยคนลงไปอีกที่สาวๆ จะเป็นสิวและหลังจากหายจากการเป็นสิวนั้นแล้ว (ดูบทความ การรักษาสิว ที่นี่) ไม่เคยเป็นรอยแผลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งหนึ่งที่สาวๆ หรือแม้แต่หนุ่มๆ ยังกังวลอยู่หลังจากที่สิวได้หายไปแล้วก็คือรอยแผลที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้านี่เองแหละค่ะ มาลองดูกันว่า สาวๆ จะจัดการเอาเจ้าสิ่งหลงเหลือพวกนี้ออกไปได้อย่างไร

วิธีการที่จะนำรอยสิวหลังจากที่สิวได้หายแล้ว ออกไปจากใบหน้าสวยๆ ของสาวๆ นั้นมีได้หลายวิธี ในบทความนี้เราจะเสนอวิธีที่เป็นธรรมชาติ แต่ต้องขอบอกสาวๆ ก่อนนะคะว่าการจัดการกับรอยหลงเหลือเหล่านี้ ไม่เหมือนกับการแต่งหน้าทาปาก ที่แต้มปุ๊บเนียนปั๊บ อะไรแบบนั้น แต่จะต้องอาศัยเวลา เพราะการที่รอยจะหายไปได้ นั่นหมายถึงเนื้อหรือเซลล์ที่เป็นรอยนั้นจะต้องหายไป และมีเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ หรือไม่ก็เป็นการทำให้เซลล์ที่เป็นรอยนั้นเปลี่ยนสภาพให้ดูต่างไปจากเดิม จึงต้องใช้เวลาค่ะ

วิธีแก้ไขรอยสิว

1. เปรี้ยวจี๊ดช่วยจ้า
มันคือมะนาวนั่นเอง ผลไม้แสนเปรี้ยวนี้มีกรดผลไม้หรือ เอเอชเอ (AHA, Alpha Hydroxy Acid) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นกรด มันก็จะต้องมีฤทธิ์กัดกร่อน แต่ด้วยความเป็นกรดอ่อน และเป็นกรดธรรมชาติ ฤทธิ์เดชต่างๆ จึงไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ลดรอยหลงเหลือจากสิวได้โดยการนำสำลีพันปลายไม้ จุ่มลงในน้ำมะนาว จากนั้นนำไปนวดถูเบาๆ ที่รอยสิวให้ทั่ว กรดจะจัดการทำให้เซลล์ผิวด้านนอกสุดอ่อนตัวลง จากนั้นทิ้งเอาไว้ราวๆ 20 นาทีแล้วค่อยล้างผิวด้วยน้ำธรรมดา ทำแบบนี้บ่อยๆ จนกว่ารอยจะจางลง ไม่ใช่ว่าครั้งเดียวจะหายนะจ๊ะ

2. ยอดผลไม้สีแดงสด
ผลไม้สีแดงอย่างมะเขือเทศ มีประโยชน์มากมาย ทั้งมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีซีลีเนียมที่ช่วยให้ผิวอ่อนเยา มีวิตามินซีจำนวนมาก และอีกมากมาย เราสามารถนำมะเขือเทศนี้มาลดรอยสิวได้ง่ายๆ โดยการนำมาผ่าครึ่ง จากนั้นก็เอาด้านเนื้อถูเบาๆ กับรอยสิวที่มีอยู่สัก 20 นาที มะเขือเทศจะช่วยทั้งทำให้รอยสิวอ่อนลง และช่วยทำให้ผิวยืดหยุ่นดีขึ้น จากนั้นก็ล้างน้ำออก

3. ไข่ขาว
ไข่ขาว ที่ไม่ใช่ไข่แดงนี่แหละค่ะ ใช้สำลีพันปลายไม้เช่นกัน จุ่มเฉพาะไข่ขาวนำมานวดกับรอยที่หลงเหลือจากการเป็นสิว ไข่ขาวเป็นยาชั้นดีที่สามารถจัดการกับรอยสิวเก่าๆ ได้ดีและทำให้จางลงได้มาก ลองดูนะคะ

4. น้ำแตงกวา
ผักสีเขียว เป็นที่รู้กันดีว่าอุดมไปด้วยวิตามินเอ แตงกวาก็เช่นเดียวกันสามารถลดการอักเสบและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว แต่ความพิเศษอย่างหนึ่งของแตงกวาก็คือ ไม่มีความเป็นกรดอยู่ในตัวดังนั้นจึงไม่มีฤทธิ์ในการกัดผิว ไม่ทำให้เกิดการแพ้ และไม่จำเป็นต้องรีบล้างออกหลังจากสัมผัสแล้ว จึงสามารถที่จะทิ้งไว้บนหน้านานๆ ได้ (เอ่อ... บางคนเผลอทิ้งไว้แล้วหลับก็พอได้)

5. ไม่ใช่ร้านขนมปังแต่ใช้เบคกิ้งโซดาช่วยได้
เบคกิ้งโซดา (Baking soda) มีชื่อทางเคมีว่า โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate) เป็นสารเคมีที่ใช้ช่วยให้ขนมปังต่างๆ ฟูฟ่องได้ แต่ยังเป็นที่นิยมใช้ในการลดรอยจากสิวได้อีก เบคกิ้งโซดาจะช่วยทำให้รูขุมขนหายอุดตัน ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอักเสบและยังช่วยลอกผิวได้อีกด้วย (ดูบทความเรื่อง การลอกผิวด้วยสารเคมี ที่นี่) วิธีใช้ให้เอาเบคกิ้งโซดาผสมกับน้ำจนมีลักษณะเป็นครีมแล้วป้ายลงบนบริเวณที่เป็นรอยแผลจากสิว ทิ้งไว้ 2-3 นาทีจากนั้นล้างออกให้หมด ทำแบบนี้วันละสองครั้งจนกว่ารอยจะจางไปค่ะ

6. สูตรหวานปานน้ำผึ้ง
นอกจากหวาน กินอร่อย เป็นน้ำตาลจากธรรมชาติแล้วก็ยังช่วยเรื่องการลดรอยแผลจากสิวได้อีก น้ำผึ้งเป็นยาช่วยทำความสะอาดทั้งผิวและรูขุมขนชั้นดีชนิดหนึ่งเลย ให้ใช้น้ำอุ่นจัดทำความสะอาดผิวหน้าก่อน จากนั้นทำให้ผิวแห้งลงโดยเร็ว (เป่าด้วยลมก็ได้) วิธีการนี้จะเป็นการเปิดรูขุมขนและทำให้น้ำผึ้งสามารถแทรกซึมเข้าไปได้ ทาน้ำผึ้งให้ทั่วบริเวณทั้งตรงจุดที่เป็นรอยจากสิวและบริเวณรอบๆ จากนั้นรอสัก 20 นาทีแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นมากหน่อย แล้วทำหน้าให้แห้งอีกครั้งแล้วเอาน้ำแข็งก้อนลูบให้ทั่วผิวหน้าเพื่อเป็นการปิดรูขุมขน วิธีการนี้จะไม่สามารถลดรอยแผลจากสิวได้ทั้งหมดด้วยการทำเพียงครั้งเดียวหรอกนะคะ แต่ถ้าทำเป็นประจำล่ะก็ รอยแผลสิวจะลดลงได้เลยทีเดียว

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับสูตรแบบธรรมชาติสุดๆ ที่จะสามารถช่วยลดรอยแผลที่หลงเหลือจากสิวให้จางลงได้ โดยสามรถใช้ร่วมกันได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้หรือ "ตีกัน" (ยกเว้นผู้ที่แพ้วัตถุใดวัตถุหนึ่งโดยเฉพาะ ก็จะต้องหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นๆ นะคะ) การเลือกวิธีก็ขึ้นกับความสะดวกและเหมาะสมของสาวๆ แต่ละคนนะคะ บางคนอาจจะมีน้ำผึ้ง มีมะนาว ไม่มีแตงกวา ไม่มีมะเขือเทศ ก็เลือกใช้วิธีที่ใช้น้ำผึ้ง กับมะนาว ได้เป็นต้น นอกจากวิธีธรรมชาติแล้ว ก็ยังมีวิธีที่ใช้ยา ครีม ในการช่วยลดแผลจากสิวอีก (รวมเรียกว่า Acne scars cream) ซึ่ง womanandkid จะได้นำเสนอในโอกาสต่อๆ ไปค่ะ