ถ่ายรูปอาหารลดน้ำหนัก

ถ่ายรูปอาหารลดน้ำหนัก

อ่านหัวข้อแว่บๆ ไม่ได้หมายความว่าให้เอาอาหารที่กล่าวอ้างว่าสามารถลดน้ำหนักได้มาวางไว้แล้วถ่ายรูปหรอกนะคะ แต่หมายถึงว่าในการรับประทานอาหารมื้อใหญ่แสนอร่อยของคุณทุกครั้ง ให้จัดการถ่ายภาพเอาไว้ เสร็จแล้วจะเอาไปลงเฟสบุ้ค อินสตาแกรม หรืออะไรก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเขียนรายการที่รับประทานเข้าไปเอาไว้ด้วย จะให้ดีก็เขียนปริมาณแคลอรีและจำนวนก้าวของการเดินที่จะเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปนั้นให้หมดลงไปด้วย เสร็จแล้วก็อ่านสักสองรอบ (ฟังดูออกซาดิสม์อย่างไรก็ไม่รู้นะคะ แต่ว่าเพื่อตัวเพื่อนๆ เองนะคะคิกๆ)  การทำอย่างนี้เป็นประจำจะเป็นการเตือนตัวเองว่าสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้นมันมากเกินกว่าที่เราต้องการสักเท่าไร คราวต่อไปจะได้คอยยับยั้งชั่งปากของตัวเองก่อนการสั่งอาหารหรือรับประทานเข้าไป เย้! ความผอมจะมาเยือนพวกเราเร็วๆ นี้แล้วค่ะ

เดินเล่นลดหุ่นกันดีกว่า

เดินเล่นลดหุ่นกันดีกว่า
เรื่องรูปร่างของเราทุกคนเป็นเรื่องสำคัญ ที่ว่าสำคัญก็ไม่ใช่แต่เพียงความสวยงามเท่านั้นนะคะ แต่เป็นเรื่องของสุขภาพด้วย คนที่มีน้ำหนักเกิน มีรอบเอวกว้างใหญ่เกินไป ก็มีความเป็นไปได้ในการมีโรคภัยคุกคามมากกว่าผู้ที่มีรูปร่างปกติสมส่วน

ปกติแล้วเราสามารถควบคุมรูปร่างหรือน้ำหนักได้หลายวิธี วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือการจำกัดปริมาณอาหารที่เรารับประทานเข้าไป รองลงมาก็คือการออกกำลังกายให้ร่างกายได้ใช้พลังงานมากกว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไป แต่มีอีกกิจกรรมหนึ่งที่เรามักจะคิดไม่ถึงว่าสามารถช่วยได้ไม่น้อยก็คือการเดิน การเดินที่ว่านี้ก็คือการเดินหลังจากการรับประทานอาหารนี่ล่ะ เมื่อทานอิ่มแล้วก็ออกเดินเล่นสัก 10 นาที ทำแบบนี้ให้ได้ทั้งสามมื้ออาหาร คิดไปคิดมาก็วันละครึ่งชั่วโมงแล้วล่ะจริงไหมคะ

การเดินจะทำให้ร่างกายดึงเอากลูโคลสและพลังงานอื่นๆ ออกมาใช้ ทำให้ไขมันและน้ำตาลถูกกำจัดออกไปบ้าง ไม่สะสมเพิ่มมากมายในตัวเรา ยิ่งเดินมากขึ้นก็ยิ่งได้ผลดีขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือคนที่มักจะต้องนั่งติดโต๊ะทำงานอยู่ตลอดเวลา ก็หาเวลาเดินให้มากสักหน่อยแทนค่ะ

จุกเสียดแน่นท้องอาจจะเป็นปัญหาหญ้าปากคอก

จุกเสียดแน่นท้องอาจจะเป็นปัญหาหญ้าปากคอก

หลายครั้งผู้หญิงเราอาจจะมีรูปร่างไม่สวยเป๊ะเหมือนกับบรรดานางแบบหรือนางเอกละครสุดสวยที่เห็นในจอทีวี แต่อยากมีรูปร่างดีเมื่อแต่งตัวไปพบปะผู้คนอื่น ซึ่งก็เป็นธรรมดาไม่แปลกเกินเลยอะไรไป หลายคนเลยหันไปพึ่งเสื้อผ้าอาภรณ์ที่มีความสามารถช่วยบังคับรูปร่าง อาจจะเป็นชุดชั้นในทั้งบนและล่างที่ช่วยบังคับเสริมหุ่นให้ดูดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีความสามารถในการเก็บพุงให้เข้าที่ดูงาม

แต่การใช้ชุดชั้นในเหล่านั้นที่ออกจะเกินพอดีไปหน่อย อาจจะรัดพุงแน่นมากจนแทบจะหายใจไม่ออก ซ้ำร้ายทำให้เกิดแรงบีบในช่องท้อง กรดในกระเพาะอาหารของเราก็จะถูกบีบขึ้นไปด้านบนจนเกิดการแสบร้อนที่ยอดกระเพาะอาหาร หรือไม่ก็ทำให้กระเพาะอาหารทำงานไม่เต็มที่ เกิดแก้สในกระเพาะจนต้องเรอบ่อยๆ บางทีคิดว่าป่วยเป็นอะไรมากมายแต่ก่อนจะวิ่งไปพบแพทย์ก็ลองตรวจดูความแน่นของบรรดาเสื้อผ้าก่อนเลยค่ะ ลดความอัดแน่นลงสักนิดอาจจะแก้ปัญหาได้รวดเร็วก็ได้นะคะ

ผมแตกปลายซ่อมกันไม่ได้

ผมแตกปลายซ่อมกันไม่ได้

เพื่อนสาวๆ อาจจะมีปัญหาสารพัดอย่างเกี่ยวกับเรื่องของความสวยความงาม อย่างหนึ่งในนั้นก็คือบรรดาปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ทั้งผมแห้งหรือมันเกินไป ผมบางไม่มีน้ำหนักหรือชี้ฟู และหนึ่งในนั้นก็คือผมแตกปลายที่ดูจะเป็นปัญหาของเพื่อนๆ ผู้หญิงหลายคนเลยทีเดียว

เมื่อมีปัญหาผมแตกปลาย เพื่อนหญิงหลายคนอาจจะพยายามแก้ปัญหากับเส้นผมที่มีอยู่นั้น แต่ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยว่า เมื่อเส้นผมแตกปลายจริงๆ แล้วการแก้ไขส่วนปลายของเส้นผมนั้นให้ดีดังเดิมแทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นสำหรับปัญหาเส้นผมแตกปลายแล้วสิ่งดีที่สุดที่เราสามารถจัดการได้ก็คือการป้องกันแทนที่จะทำการแก้ไข คือ หลีกเลี่ยงการสระมากเกินไป หรือด้วยแชมพูที่แรงเกินไป ไม่เช็ดผมด้วยผ้าอย่างรุนแรงเกินไป และหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนในการเสริมแต่งทรงผมเกินไป วิธีเดียวที่พอจะลดผมแตกปลายให้ปรากฏน้อยลงได้ก็คือการเล็มบริเวณปลายทิ้งไป หรือการแก้ไขปัญหาผมแตกปลายอย่างเฉพาะหน้าแบบชั่วคราวก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีขี้ผึ้งหรือซีรั่มผสมอยู่ในบริเวณปลายเส้นผมเพื่อทำให้การแตกปลายดูราบเรียบขึ้นค่ะ

อย่าลืมนะคะ การป้องกันเส้นผมแตกปลายนั้นง่ายกว่าการแก้ไข ดังนั้นต้องระวังให้ดีเพื่อเส้นผมสวยๆ ของเรานะคะ

คุณดูแลเส้นผมผิดๆ อยู่หรือเปล่า

คุณดูแลเส้นผมผิดๆอยู่หรือเปล่า


เส้นผมของสาวๆ ทำให้หน้าตาและรูปร่างดูดีขึ้นได้ แต่เชื่อหรือเปล่าคะว่ามีสาวๆ อีกจำนวนมากที่ดูแลกันแบบผิดๆ โดยไม่รู้ตัว การดูแลเส้นผมแบบผิดๆ นี้ก็ด้วยความเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง (คงไม่มีใครที่ตั้งใจดูแลเส้นผมของตัวเองแบบไม่ดีหรอกจริงไหมล่ะคะ) ไม่ว่าจะเป็นการสระผมทุกวันเพื่อทำให้เส้นผมดูมีน้ำหนัก หรือการอยู่หน้ากระจกแล้วพยายามถอนคิ้วเพื่อให้มีรูปร่างสวยที่สุดเป็นต้น แต่เมื่อรู้ความจริงเรื่องนี้แล้วการแก้ไขนั้นง่ายมาก รวมทั้งอาจจะช่วยประหยัดเงินขึ้นด้วยซ้ำไป ลองดูกันดีกว่านะคะว่าการดูแลเส้นผมแบบผิดๆ นั้นมีอะไรบ้าง
  • สระผมบ่อยเกินไป
สาวๆ อาจจะมีความเชื่อว่าการสระผมทุกวันจะทำให้เส้นผมจะอาดและอยู่ในสภาพสมบูรณ์เลิศเลอเพอร์เฟ็ค แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยนะคะ การสระผมบ่อยเกินไปเป็นการชะล้างเอาน้ำมันธรรมชาติที่เคลือบเส้นผมอยู่ออกไปและนั่นเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี
  • ใส่ครีมนวดผมมากเกินไป
หลายๆ คนพยายามใส่ครีมนวดผมมาก โดยอาจจะมากเท่าหรือมากกว่าปริมาณแชมพูที่ใส่ลงไปบนเส้นผมตอนที่สระผม แต่ความจริงแล้วไม่จำเป็นเลยเพราะครีมนวดผมส่วนเกินก็ไม่ได้ทำงานอะไรได้ (ได้แต่สะสมอยู่ด้านบนแต่ไม่ได้สัมผัสกับเส้นผมด้วยซ้ำไปก็มี) และที่สำคัญก็คือเส้นผมทั้งเส้นไม่ได้ต้องการครีมนวดผมที่เท่ากัน เส้นผมบริเวณโคนเป็นบริเวณที่เพิ่งเกิดขึ้นมาดังนั้นจะมีสุขภาพดีและไม่ได้ต้องการการบำรุงมากนัก ผิดกับเส้นผมที่อยู่ตรงกลางหรือปลายเส้นที่ต้องการการบำรุงมากกว่า ดังนั้นเวลานวดผมจึงควรใส่ใจบริเวณปลายเส้นผมเป็นหลักค่ะ
  • ผูกผมม้าบริเวณเดิมๆ ตลอด
สาวบางคนชอบผูกผมม้า ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติอะไร แถมบางคนผูกแล้วอาจจะดูหน้าเด็กก็ได้ แต่การผูกผมม้าแน่นๆ ที่เดิมๆ อยู่ตลอดเวลานั้นแย่มากเพราะเส้นผมเดิมๆ จะถูกดึงถูกรั้งอยู่ทุกครั้งไปทำให้มีแรงตึงมากเกินไปและอ่อนแอลง ควรจะให้เขาพักและเปลี่ยนไปที่อื่นบ้างนะคะ
  • หวีผมผิดวิธี
การหวีผมนั้นดี แต่ถ้าหวีมากเกินไปนั้นจะทำลายเส้นผมได้ ที่สำคัญคือต้องเลือกใช้หวีที่ดี ไม่มีคมเล็กๆ (ที่มองยากด้วยตาเปล่าด้วยซ้ำ) หวีที่ไม่ดีจะทำลายเกล็ดผมและทำให้เส้นผมขาดได้ในที่สุด นอกจากนั้นการหวีผมในขณะที่เส้นผมยังเปียกด้วยหวีซี่ละเอียดก็เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงด้วย เพราะเส้นผมที่เปียกจะอ่อนแอทำให้ขาดได้ง่าย
  • เป่าผมในขณะที่ผมเปียก
นี่เป็นเรื่องที่เรามักจะทำกันผิดๆ แต่เป็นสิ่งต้องห้ามเลยนะคะ ผมที่เปียกกับเครื่องเป่าหรือหนีบผมร้อนๆ นั้นไปด้วยกันไม่ได้หรอกค่ะ ของร้อนสามารถทำลายรูขุมขนที่กำลังเปียกอยู่ได้ง่าย ทำให้เส้นผมอ่อนแอและขาดง่าย ก่อนจะเป่าผมหรือหนีบผมด้วยความร้อนใดๆ ต้องปล่อยให้เส้นผมแห้งเสียก่อนค่ะ

ถ้าเพียงเพื่อนสาวๆ หลีกเลี่ยงการดูแลเส้นผมแบบผิดๆ ตามด้านบนได้ ก็จะทำให้ผมดูดีขึ้นได้มากแล้วล่ะค่ะ และอย่าลืมส่งเรื่องดีๆ แบบนี้ให้เพื่อนผู้หญิงอื่นๆ ได้อ่านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

น้ำมันใส่ผมจำเป็นหรือไม่

น้ำมันใส่ผมจำเป็นหรือไม่

ในบรรดาเครื่องสำอางของผู้หญิงเรา นอกจากของที่ต้องใช้บนใบหน้าหรือผิวในส่วนต่างๆ แล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องงดูแล นั่นก็คือเส้นผมของเรานั่นเอง อันที่จริงแล้วเส้นผมก็มีหน้าที่ตามธรรมชาติในการปกป้องผิวหนังศีรษะของเราจากบรรดาน้ำ ฝุ่นละออง และของแข็งของมีคมต่างๆ (นึกภาพกลับไปสมัยเรายังเป็นมนุษย์ถ้ำกันอยู่ อาจจะเดินเข้าป่าไปชนกับกิ่งไม้ เส้นผมที่หนาก็จะช่วยบรรเทาการบาดเจ็บได้) แต่มาในปัจจุบันนี้ เส้นผมที่ดูมีสุขภาพดีบวกกับการแต่งผมที่เหมาะสมก็ช่วยทำให้ผู้หญิงดูดีขึ้นได้อีกด้วย

น้ำมันใส่ผมจำเป็นในสิ่งเหล่านี้

เครื่องบำรุงผมมีหลายประเภท และสิ่งที่เราคิดถึงเป็นเรื่องท้ายๆ หรือแม้แต่ลืมไปเลยก็คือน้ำมันบำรุงเส้นผม (hair oil) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเส้นผมหลายคนล้วนแนะนำให้เราใช้้น้ำมันใส่ผมกันทั้งสิ้นแต่เหตุผลที่แท้จริงมักจะอยู่เกินเลยจากที่เราคิดกัน เพราะน้ำมันเหล่านี้จะช่วยทำหน้าที่หล่อลื่นปรับสภาพเส้นผมให้ดีขึ้นป้องกันผมพันกัน น้ำมันจะเป็นสารเคลือบเกล็ดผมทำให้สิ่งแปลกปลอมแทรกเข้าไปได้ยากขึ้นและป้องกันความร้อนไปในตัว นอกจากนี้น้ำมันใส่ผมมักมีกรดไขมันต่างๆ ที่ทำหน้าที่ทดแทนสารไขมันบนเส้นผมของเราที่หากขาดไปจะทำให้เส้นผมบอบบางและเสี่ยงต่อการแตกปลายได้

สิ่งที่น้ำมันใส่ผมอาจจะไม่ได้ช่วยเราเท่าไร

อย่างไรก็ตาม น้ำมันใส่ผมไม่ได้ช่วยทำให้เส้นผมยาวเร็วขึ้น และถ้าผู้ใช้มีปัญหาเกี่ยวกับ รังแค ก็ไม่ควรใช้น้ำมันใส่ผมเนื่องจากจะทำให้โอกาสที่บรรดาเชื้อราจะเจริญเติบโตบนหนังศีรษะมีมากขึ้น แต่ถ้าเส้นผมของเราแห้งเราก็สามารถใช้น้ำมันเหล่านี้ช่วยบำรุงทำให้มีน้ำหนักและเงางามขึ้น แต่ก็ไม่จำเป็นต้องชะโลมไปจนถึงโคนเส้นผมเพราะหนังศีรษะของเราสามารถสร้างน้ำมันจากต่อมน้ำมันใกล้โคนผมได้เองอยู่แล้ว ดังนั้นบริเวณโคนเส้นผมก็ไม่ต้องไปช่วยใส่น้ำมันใส่ผมลงไปหรอกค่ะ

การใส่น้ำมันใส่ผมจะช่วยทำให้เส้นผมชุ่มชื้นและป้องกันการพันกันและหยิกงอ ทำให้เนื้อเส้นผมที่ถูกย้อมและทำสีดีขึ้น อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจไว้ก่อนว่าน้ำมันใส่ผมคงไม่ได้ช่วยให้รูขุมขนของเส้นผมแข็งแรงขึ้น ดังนั้นเราก็ยังคงต้องไม่ทารุณกับเส้นผมของเราแรงๆ เหมือนเดิม และถ้าสาวๆ อยากลองใช้น้ำมันกับเส้นผมสวยๆ ของตัวเองล่ะก็ลองดู วิธีการเลือกน้ำมันใส่ผม ได้นะคะ

ใช้น้ำมันใส่ผมให้ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ใช้น้ำมันใส่ผมให้ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ปัจจุบันมีสารพัดผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผมให้เลือกใช้เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด และหลายอย่างก็ช่างทำให้สับสนมากว่าจะใช้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นชนิดที่เลือกใช้แล้วไหนจะวิธีและจำนวนที่จะต้องใช้อีก การใชน้อยเกินไปก็ทำให้ไม่ได้ผลอะไร แต่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างมากเกินไปก็ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติอก สำหรับสาวๆ ที่มีเส้นผมเล็กบางแล้วชอบใส่น้ำมันใส่ผมก็อาจจะกลัวเส้นผมดูเหมือนชุบด้วยน้ำมัน (จะว่าไปก็เพราะคงไม่มีใครมีเวลาไปสระออกเวลาใส่น้ำมันพวกนี้มากกินไปหรอก จริงไหมคะ) มาดูวิธีต่างๆ ในการใช้งานน้ำมันใส่ผมพวกนี้ให้ได้ผลดีและไม่สร้างปัญหาอื่นกันดีกว่าค่ะ

ใช้ระหว่างการอาบน้ำ

หลังจากทำให้ผมเปียกแต่ก่อนใส่แชมพูสระผม ใส่น้ำมันลงบนปลายเส้นผม จะเป็นการช่วยลดการแตกปลายของเส้นผมและทำให้ปลายเส้นผมที่กรอบแห้งดูนิ่มนวลลง หลังจากทิ้งไว้ 1-2 นาทีน้ำมันจะซึมมเข้าในเส้นผม จากนั้นก็จัดการสระผม เส้นผมก็ไม่มีทางเป็นมันเยิ้มจากน้ำมันที่เราใส่เข้าไปแล้วค่ะ

ถ้าไม่มีเวลาหนีบผม

เครื่องหนีบผมไฟฟ้าจะช่วยทำให้เส้นผมตรงขึ้นได้ แต่ถ้าไม่มีเวลาใช้เครื่องพวกนี้ ให้ใส่น้ำมันใส่ผมจำนวนเล็กน้อยก่อนหรือหลังการเป่าผมให้แห้งก็จะช่วยลดการหยิกงอลงได้

ทิ้งไว้ในขณะนอนหลับ

เพื่อให้ได้เส้นผมที่สามารถจัดการจัดทรงได้ง่ายในตอนเช้าโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือที่มีความร้อนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเป่าผม เครื่องหนีบผม หรืออะไรก็ตาม ให้ใช้น้ำมันใส่ผมแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน ใส่น้ำมันประมาณเท่าเหรียญบาทลงที่รากผมแล้วลูบมาทางปลายผม บิดเกลียวเส้นผมแล้วม้วนเป็นมวยเอาไว้ เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะได้เส้นผมที่ชุ่มชื้นและเป็นลอนอ่อนๆ ในตอนเช้าค่ะ

ดื่มน้ำช่วยลดน้ำหนัก


สาวๆ ทุกคนคงทราบอยู่แล้วว่าน้ำเป็นประโยชน์ต่อ่ชีวิตและสุขภาพของเรา เราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากน้ำ การดื่มน้ำมากทำให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใส น้ำจะช่วยทำให้เลือดใสลงเล็กน้อยทำให้หัวใจทำงานง่าย ไม่ปวดศีรษะ การดื่มน้ำยังทำให้การขับถ่ายได้สะดวกอีกด้วย

แต่คงไม่มีใครทราบมากนักว่าการดื่มจะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ แต่คิดดูง่ายๆ ว่าถ้าเราดื่มน้ำเข้าไปมากๆ เราก็คงไม่สามารถรับประทานอาหารอะไรได้มากนัก เรียกว่าน้ำเข้าไปจับจองพื้นที่ในกระเพาะอาหารเรียบร้อยก่อนอาหารอย่างอื่นทำให้ไม่สามารถรับประทานอะไรเข้าไปได้มากนัก

วิธีการดื่มน้ำช่วยลดน้ำหนัก

ดื่มน้ำก่อนทานอาหารประมาณ 3/4 ถึง 1 ลิตร โดยต้องเป็นน้ำเปล่า ไม่ใช่น้ำหวานหรือน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลอยู่ด้วยนะคะ ถ้าทำแบบนั้นแทนที่จะเป็นการดื่มน้ำเพื่อลดน้ำหนักอาจจะเป็นการดื่มน้ำหวานเพื่อเพิ่มน้ำหนักไป ถ้าอยากเพิ่มรสชาติให้น้ำเปล่าที่ดื่มเข้าไปก็อาจจะบีบมะนาวหรือน้ำผลไม้ลงไปเล็กน้อยพอมีรสและกลิ่น แล้วก็จัดการดื่มเข้าไปได้เลย
ทำเช่นนี้ให้เป็นประจำ จะได้ทั้งสุขภาพที่ดีและลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำได้ด้วยนะคะ

วิธีแต่งหน้าเพื่อลดรูขุมขน

วิธีแต่งหน้าเพื่อลดรูขุมขน

ในตอนที่ผ่านมาเราได้พูดเรื่อง สาเหตุของรูขุมขนที่ขยายกว้าง และ วิธีป้องกัน กันไปแล้ว แต่ถ้าไม่ทันใจหรือว่าจำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนล่ะก็ คงต้องพึ่งพาการแต่งหน้าเข้าช่วย และสาวๆ ก็อย่าดูถูกความสามารถของบรรดาเครื่องสำอางเหล่านี้เพราะมันสามารถทำให้หน้าเนียนลดรูขุมขนได้ทันใจจริงๆ

ขั้นตอน
  1. เริ่มด้วยการลงไพรเมอร์ ซึ่งจะลงก่อนรองพื้นเสียอีก เจ้าไพรเมอร์จะทำหน้าที่เกลี่ยโทนสีผิวให้ดูเรียบและป้องกันรองพื้นไหลเข้าสู่รูขุมขนของเรา
  2. รอให้ไพรเมอร์แห้ง จากนั้นก็ลงรองพื้นโดยใช้ฟองน้ำช่วยทำให้เรียบขึ้น 
  3. เลือกใช้รองพื้นแบบครีม หรือมีลักษณะกึ่งครีมกึ่งแป้งซึ่งจะทำหน้าที่ลดร่องรอยของรูขุมขนได้ดีกว่ารองพื้นแบบน้ำ
  4. ขั้นตอนสุดท้ายคือปัดผิวหน้าด้วยแป้งโปร่งแสง
เพียงเท่านี้ รูขุมขนที่เคยดูใหญ่กว้างก็จะมองเห็นได้น้อยลง และสีผิวก็จะดูเนียนขึ้นค่ะ

ไม่อยากให้รูขุมขนกว้างทำอย่างไร

ไม่อยากให้รูขุมขนกว้างทำอย่างไร

ในบทความคราวที่แล้วเราได้พูดถึง สาเหตุของรูขุมขนกว้าง กันไปแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปก็ขึ้นอยู่กับอายุและกรรมพันธุ์นั่นเอง อย่างไรก็ตามก็ยังมีสาเหตุอื่นเล็กๆน้อยๆที่ทำให้รูขุมขนของเรากว้างด้วยเช่นกันนั่นก็คือ การปฎิบัติตัวของเราและบรรดาเครื่องใช้ต่างๆ ที่เรานำมาใช้บนใบหน้าของเราค่ะ

การป้องกันรูขุมขนกว้าง

การจะทำให้รูขุมขนกว้างกลับดูเหมือนเล็กลงนั้นทำได้หลายวิธีตัวอย่างเช่น การทำความสะอาดรูขุมขนไม่ให้มีสิ่งอุดตันหรือน้ำมันส่วนเกิน หรือแบคทีเรียไปสะสมอยู่ ก็จะทำให้รูขุมขนไม่ดูกว้างอย่างชัดเจนนัก สารทำความสะอาดชั้นดี ก็มีให้เลือกใช้เช่น เรตินอล สารทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นแหล่งของสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นดีในขณะที่สามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินออกจากรูขุมขนได้ดีด้วย การลอกผิวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนดูเล็กลงได้ อาจจะใช้การสครับเบาๆ ที่สามารถทำได้เองที่บ้านก็ได้ หรืออาจจะรุนแรงขึ้นด้วยการขัดผิว (dermabration หรือ microdermabration ก็ได้ โดยอย่างหลังนี้สามารถทำเองได้ที่บ้านด้วย)

การดูแลผิวเพื่อลดรูขุมขนกว้าง

มีสิ่งที่ต้องทำหลายอย่างเพื่อจะลดขนาดรูขุมขนลงโดยสามารถสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้

1) ระวังเครื่องสำอางที่ใช้

หยุดใช้เครื่องสำอางที่อาจจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและทำให้ต่อมผลิตน้ำมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น โดยควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เป็นมันเยิ้มหรือเป็นครีม บางครั้งครีมเพิ่มความชุ่มชื้นหลายตัวก็มีลักษณะแบบนั้นซึ่งเราต้องระวัง และยิ่งถ้าเรามีผิวมันอยู่แล้วผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นครีมยิ่งทำให้มีโอกาสไปอุดตันรูขุมขนมากขึ้นอีก และแน่นอนว่าก่อนนอนทุกครั้งต้องไม่ลืมล้างบรรดาเครื่องสำอางออกให้หมดด้วยนะคะ

2) ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง

หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการระคายผิวหรือทำให้ผิวแห้งลง บางทีเป็นความเข้าใจผิดว่าผิวแห้งแล้วจะดีแต่จริงๆแล้วผลิตภัณฑ์หลายอย่างทำให้ผิวของเราแห้งเกินไปและเสียสมดุลย์ ต่อมน้ำมันก็จะผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นและสร้างปัญหาให้เราต่อไป เราควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ทำความสะอาดรุนแรงโดยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ละลายน้ำได้เท่านั้นและพยายามหลีกเลี่ยงสบู่ก้อน สารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงจะทำให้ผิวแห้งลงและทำให้การฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติของเราแย่ลงด้วย

3) ฟื้นฟูผิว

เราสามารถเพิ่มการผลิตเซลล์ผิวหนังได้เพื่อทำให้รูขุมขนทำงานได้เป็นปกติมากขึ้นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพดีสำหรับแทบทุกชนิดของผิวก็คือเรตินอยด์ เช่น Ratin-A โดยอาจจะใช้เพียงลำพังหรือใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ บีเอชเอ (BHA) ก็ได้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยทำให้รูขุมขนทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของการจัดการกับรูขุมขนกว้างอีกหลายเรื่องที่เราจะค่อยๆ ทยอยนำมาให้เพื่อนๆ อ่านกัน คอยติดตามนะคะ